การขอรับบริการ
   
   
  การสงเคราะห์คนพิการ

     
        การสงเคราะห์ผู้ป่วยเอดส



        การสงเคราะห์ครอบครัว


     
 การสงเคราะห์เด็กแบบ
            ครอบครัวอุปถัมภ์



      การขอจัดตั้งสถานรับเลี้ยง
            เด็กเอกชน


    
 การขอรับเด็กเป็นบุตร
           บุญธรรม



       การสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห

    
 การจัดตั้งหอพัก

          เครือข่ายพัฒนาสังคม

     
 
 เกี่ยวกับคนพิการ

      
  ศูนย์พัฒนาครอบครัว
             ในชุมชน (ศพค.)

      
อาสาสมัครพัฒนาสังคมและ
       ความมั่นคงของมนุษย์(อพม.)


     
  อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ
           ที่บ้าน (อผส.)


    
 อาสาสมัครพัฒนาสังคมฯ
     ช่วยเหลือคนพิการ (อพมก.)


       หอพักเอกชน จ.กาญจนบุรี
  
 
      
สภาเด็กและเยาวชน

   
    ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและ
            ปราบปรามการค้ามนุษย์
            จังหวัดกาญจนบุร

    
    
 กองทุนส่งเสริมจัดสวัสดิการ
             สังคมจังหวัดกาญจนบุร

          เว็บไซต์ของจังหวัด

         
จังหวัดกาญจนบุรี
     

          องค์กร / มูลนิธิ

  
       ศูนย์ประสานงานภาคเอกชน

         หนังสือพิมพ์

    
    ไทยรัฐ          
เดลินิวส์









     
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ตราประจำกระทรวงและความหมาย

        

พระประชาบดี
: : : : : : พระประชาบดี .....
มายถึง เทพผู้เป็นที่พึ่งของประชาชน เป็นบุตรของพระพรหม หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า
เทพมเหศักดิ์ ซึ่งเป็นผู้ให้การสงเคราะห์ แก่ประชาชน เป็นมนสาบุตร หมายถึง พระพรหมนึกให้เกิดพระประชาบดีและบริวาร
ซึ่งเป็นฤๅษี 7 ตน หรือสัปตฤๅษี ได้รับมอบหมายจากพระพรหมให้มาสร้างมนุษย์และสัตว์อื่นๆเมื่อทรงสร้างเสร็จแล้ว
ได้ถนอมเลี้ยงดูบุตรด้วยความเมตตากรุณาโดยไม่คำนึงผลตอบแทนแม้แต่น้อย
: : : : : : กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงได้กำหนดให้มีเครื่องหมายประจำกระทรวง
เป็นรูปวงกลมลายตรงกลางวงเป็นรูปพระประชาบดี ประทับอยู่เหนือแท่น มีลายกนกเป็นภาพศีรษะฤๅษี 7 ตน
อยู่รอบวงกลมเดียวกันซึ่งแสดงถึงความร่วมมือของทุกส่วนในสังคม เบื้องล่างมีอักษร
"กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์"
: : : : : : ฤฤฤาษี 7 ตน หรือ สัปตฤๅษี ซึ่งนำมาบรรจุลงในเครื่องหมายด้วยนั้น มีความหมายเกี่ยวกับการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เพื่อก่อให้เกิดความมั่นคงของมนุษย์และความมั่นคงทางสังคม 7 ประเภท คือ

1. การพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการเด็กและเยาวชน
2. การพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการครอบครัว
3. การพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสตรี
4. การพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการคนพิการและผู้สูงอายุ
5. การพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการผู้ด้อยโอกาสและอื่นๆ
6. การพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการที่อยู่อาศัย
7. การพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการชุมชนและสังคม

ทั้งนี้ สำนักเลขาธิการรัฐมนตรี ได้ประกาศภาพเครื่องหมายราชการของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2546

ประวัติกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

: : : : : กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นกระทรวงที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 ซึ่งเป็นกระทรวงภาคสังคมในการทำหน้าที่เกี่ยวกับการพัฒนาสังคม การสร้างความเป็นธรรมและความเสมอภาคในสังคม การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพและความมั่นคงในชีวิต สถาบันครอบครัวและชุมชน โดยรวมส่วนราชการด้านนโยบายและการปฏิบัติ
ประกอบด้วย
กรมประชาสงเคราะห์ สังกัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ (สยช.)
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานสตรีแห่งชาติ (กสส.)
สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กองพัฒนาสตรี เด็ก และเยาวชน กรมการพัฒนาชุมชน
การเคหะแห่งชาติ (กคช.)
สังกัดกระทรวงมหาดไทย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)
สังกัดกระทรวงการคลัง

เป็นส่วนราชการในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อเป็นองค์การและกลไกด้านสังคมในการบรรลุนโยบายของรัฐบาล
ที่ให้ประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน สตรี ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ มีความมั่นคงในการดำรงชีวิต ให้มีการพิทักษ์
และคุ้มครองสิทธิตามกรอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 โดยบูรณาการแนวคิด ทิศทาง และการบริหารให้เป็นระบบจากภาคีทุกภาคส่วนและทุกระดับ

1. อำนาจหน้าที่และโครงสร้างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
(Authority Function and Structure of Ministry of Social Development and Human Security)

: : : : : : 1.1 พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 หมวด 6 มาตรา 16 กระทรวงการพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย์ มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการพัฒนา การสร้างความเป็นธรรมและความเสมอภาคในสังคม การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพความมั่นคงในชีวิตสถาบันครอบครัวและชุมชนประกอบด้วยส่วนราชการ
ระดับกรม องค์การมหาชนและรัฐวิสาหกิจ
: : : : : : 1.2 โครงสร้างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประกอบด้วยส่วนราชการ ดังต่อไปนี้
              สำนักงานรัฐมนตรี  มีภารกิจหลักในการประสานและติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมือง
เพื่อการบริหารราชการของรัฐมนตรี
              สำนักงานปลัดกระทรวง มีภารกิจหลักเป็นศุนย์กลางการบริหารงานของกระทรวง
กำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่างประเทศ การตรวจและประเมินผลการกำหนดมาตรฐานด้าสังคม
กฎหมาย การพัฒนาสารสนเทศ การประชาสัมพันธ์ และการบริหารกองทุน
              กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ มีภารกิจเป็นหน่วยงานในการให้บริการประชาชนด้านการสงเคราะห์ประชาชน
กลุ่มเป้าหมายเฉพาะพื้นที่ การส่งเสริมอาชีพบุคคลทั่วไป การป้องกันและแก้ไขปัญหาหญิงและเด็ก ด้านสวัสดิการสังคม
การส่งเสริมงานภาคเอกชน โดยมีหน่วยงานในส่วนภูมืภาค ได้แก่สถานสงเคราะห์กลุ่มเป้าหมายต่างๆนิคมสร้างตนเอง
ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาศูนย์ฟื้นฟูอาชีพ อีกทั้งยังมีสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ
จำนวน 12 เขตรับผิดชอบภารกิจ ดังนี้
                   - วิเคราะห์และจัดทำแผนการให้บริการให้สอดคล้องกับพื้นที่และกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งกำกับดูแล
การปฏิบัติงานและติดตามประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงานปฏิบัติ
                   - สนับสนุนความรู้ทางวิชาการ ให้คำปรึกษาแนะนำแก่หน่วยงานให้บริการกลุ่มเป้าหมาย
และพื้นที่ให้บริการในความรับผิดชอบของกระทรวง รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้ององค์กรเอกชนและ
ประชาชนในการพัฒนาสังคม และจัดระบบสวัสดิการสังคม เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน
                   - ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดระบบเครือข่าย และประสานการดำเนินงานในพื้นที่ปฏิบัติงานร่วมกัน
หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือได้รับมอบหมาย
              สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว  มีภารกิจด้านนโยบายและพัฒนาศักยภาพสตรี
ส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชายและสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว
              สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวขน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ
 มีภารกิจหลักในด้านนโยบายและส่งเสริมศักยภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายและประสานงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
              หน่วยงานองค์การมหาชน คือ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  มีภารกิจหลักในการสร้างพัฒนากลไก
องค์กรชุมชนและท้องถิ่นเพิ่มศักยภาพขององค์กรชุมชน โดยประสานพลังจากประชาสังคม
              หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ จำนวน 2 หน่วยงาน คือ
                   1. การเคหะแห่งชาติ มีภารกิจหลักในการจัดการด้านการเคหะ เพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัย ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ที่ต้องการมีเคหะเป็นของตนเอง
                   2. สำนักงานธนานุเคราะห์ มีภารกิจหลักช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย โดยนำทรัพย์สินมาจำนำ
เสียดอกเบี้ยต่ำและตรึงราคารับจำนำ
               สำนักส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ
              นอกจากนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีหน่วยงานในส่วนภูมิภาค คือ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด 75 จังหวัด โดยทำหน้าที่
                   - ศึกษาวิเคราะห์และรายงานสถานการณ์ทางสังคมและเศรษฐกิจ เพื่อกำหนดนโยบายในระดับจังหวัด
การเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา
                   - ประสานและจัดทำแผนตามแนวนโยบายของกระทรวง
                   - ส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานการจัดทำกิจกรรมต่างๆ การส่งต่อตามภารกิจ และองค์กรเครือข่ายทุกภาคส่วน
                   - เป็นศูนย์ข้อมูลของกระทรวงในระดับจังหวัด
              

2. วิสัยทัศน์กระทรวง (Vision)
: : : : : : "มุ่งสู่สังคมคุณภาพ บนพื้นฐานความรับผิดชอบร่วมกัน"

3. พันธกิจ (Mission)
1. สร้างระบบสวัสดิการให้ประชาชนมีหลักประกันและมีความมั่นคงในชีวิต
2. พัฒนาคนและสังคมให้มีคุณภาพและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง
3. เสริมสร้างทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม
4. พัฒนาองค์ความรู้ ขีดความสามารถ และระบบการบริหารจัดการด้านการพัฒนาสังคม

4. ประเด็นยุทธศาสตร์
1. การผลักดันให้เกิดสังคมสวัสดิการ
2. การพัฒนาสังคมเข้มแข็ง พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
3. การเสริมสร้างพลังทางสังคม
4. การยกระดับขีดความสามารถการบริหารจัดการด้านการพัฒนาสังคม

5. ค่านิยมองค์กร
: : : :"ร่วมมือ ร่วมใจ ร่วมพลัง สร้างสรรค์สังคมคุณภาพ"

6. นโยบาย (Policy)
: : : : : : ตามที่ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายสรอรรถ กลิ่นประทุม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2546 และตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
(ฉบับที่5) พ.ศ. 2545 มาตรา 20 ได้กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการกำหนดนโยบาย เป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ของงานในกระทรวงฯ
ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล มาตรา 21 โดยกำหนดให้ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
แปลงนโยบายเป็นแนวทางและแผนปฏิบัติราชการ ตลอดจนกำกับการทำงานของส่วนราชการในกระทรวงให้เกิดผลสัมฤทธิ์ โดยเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการประจำในกระทรวงรองจากรัฐมนตรี
: : : : : : กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตระหนักว่า บุคคลย่อมมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
และการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืนคือ การพัฒนาคนทุกกลุ่มให้เป็นทุนทางสังคม เพื่อจะได้ร่วมมือกันนำพาสังคมให้พึ่งตนเองได้มี
ความสมานฉันท์และเป็นส่วนหนึ่งของสังคมโลก จึงได้กำหนดนโยบาย ดังนี้

1. นโยบายการพัฒนาสังคม โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนเพื่อช่วยเหลือ พัฒนา แก้ไขปัญหาและเฝ้าระวังปัญหา
ทางสังคมมีตัวชี้วัดการพัฒนาสังคมและประสานหน่วยงานต่างๆ เพื่อเตือนภัยทางสังคมและเพื่อให้เป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน
2. นโยบายการเสริมสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิต เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย สร้างโอกาสในการมีที่อยู่อาศัยที่ถาวรได้มาตรฐานเป็นของตนเอง และมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว
ชุมชนและสังคมเพื่อไปสู่ชุมชนที่น่าอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป ด้วยการจัดสร้างที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐานในชุมชน มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
พร้อมระบบสาธารณูปโภคตามโครงการบ้านเอื้ออาทร และร่วมกันแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดในเมืองตามโครงการบ้านมั่นคง
3. นโยบายการพัฒนาสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็ง เพื่อให้ประชาชนสามารถช่วยเหลือตนเอง ครอบครัวและชุมชน ด้วยการพัฒนาศักยภาพของประชาชนกลุ่มเป้าหมายให้มีความสามารถและมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง
เป็นการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน
4. นโยบายการพัฒนาศักยภาพทุกกลุ่มเป้าหมายของกระทรวงฯ เน้นการทำงานเชิงรุก เช่น กลุ่มเป้าหมายที่เป็นเด็กและเยาวชน
เพื่อให้มีความรู้และความสามารถ กล้าแสดงออก สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมเป็นผู้นำของชุมชนและสังคมอย่างแท้จริง เป็นกลไกของภาครัฐในการเข้าถึงปัญหาและความต้องการที่แท้จริงขแงประชาชนในพื้นที่ เพื่อการแก้ไขได้ตรงกับ
ปัญหาความต้องการที่แท้จริง
5. นโยบายการจัดสวัสดิการสังคม เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ เด็ก เยาวชน สตรี คนพิการและผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาได้รับ
การบริการอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม โดยการจัดบริการสวัสดิการสังคมขั้นพื้นฐานที่เหมาะสม
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ สามารถช่วยเหลือตนเองโดยไม่เป็นภาระของสังคม
6. นโยบายการคุ้มครองสิทธิ ความเสมอภาคและเป็นธรรม เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายของกระทรวงฯ ได้รับการคุ้มครองสิทธิ และส่งเสริมสนับสนุนให้ได้รับการบริการตามสิทธิด้านต่างๆ ตามกฎหมาย 3 ฉบับ ได้แก่
พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 พระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมด้านต่างๆ
ตามกฎหมาย 3 ฉบับ และพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 เช่น บริการทางการแพทย์
การศึกษา ศาสนา การประกอบอาชีพ การพัฒนาตนเอง เป็นต้น
7. นโยบายการพัฒนาการบริหารจัดการ โดยการพัฒนาระบบงานให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลมีความชัดเจน
ในทิศทางและตัวชี้วัดผลความสำเร็จ เพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำข้อมูลสารสนเทศ การชี้สถานการณ์ทางสังคม
เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ได้ใช้เป็นแนวทางกำหนดนโยบายร่วมกันโดยมีการปรับปรุงฟฎ ระเบียบให้เอื้อต่อการทำงาน ลดขั้นตอนการให้บริการเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับบริการที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
เร่งรัดการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถ มีทักษะ และปรับทัศนคติ เพื่อรองรับการทำงานของกระทรวงฯ โดยการทำงานของข้าราชการต้องปรับแนวคิดในการให้บริการประชาชน โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง

ทั้งนี้ คาดว่านโยบายดังกล่าวนี้จะทำให้การบริหารราชการของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
สามารถบรรลุถึงภารกิจตามนโยบายของรัฐบาล อันจะส่งผลถึงการพัฒนาประเทศโดยรวมต่อไปและประชาชนดำรงชีวิตอย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีและภาคภูมิใจในความเป็นคนไทยตลอดไป

7. แผนยุทธศาสตร์ (Plan Strategic)
: : : : : : กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์กระทรวงการพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย์ พ.ศ. 2555-2558 ดังนี้ (คลิกดูรายละเอียด)

8. โครงสร้างแผนงานปีงบประมาณ 2555 ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

1. สำนักงานปลัดกระทรวง
ด้านการบริการสังคมและชุมชน
แผนงานนโยบายและแผน
1. งานบริหารจัดการการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
แผนงานส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม
1. กองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม
2. กองทุนคุ้มครองเด็ก

2. กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
ด้านการบริการสังคมและชุมชน
แผนงานส่งเสริมและพัฒนาสังคม
1. งานพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
แผนงานป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์
1. งานแก้ไขปัญหาเอดส์
แผนงานบริหารการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน
1. โครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน

3. สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว
ด้านการบริการสังคมและชุมชน
แผนงานส่งเสริมและพัฒนาสังคม
1. งานบริหารจัดการกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว

4. สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการและผู้สูงอายุ
ด้านการบริการสังคมและชุมชน
แผนงานส่งเสริมและพัฒนาสังคม
1. งานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์กลุ่มเป้าหมายพิเศษ

5. การเคหะแห่งชาติ
ด้านการบริการสังคมและชุมชน
แผนงานพัฒนาเมือง
1. โครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย โครงการบ้านเอื้ออาทร
2. โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย
แผนงานบริหารการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน
1. โครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน

6. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)
ด้านการบริการสังคมและชุมชน
แผนงานส่งเสริมและพัฒนาองค์กรชุมชน
1. งานพัฒนาองค์กรชุมช

9. ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการจัดตั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

9.1 กลุ่มเป้าหมายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รับผิดชอบประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ เด็ก เยาวชน สตรี
ผู้ด้อยโอกาส คนพิการผู้สูงอายุ ชาวเขา สมาชิกนิคม ประชาชนผู้มีรายได้น้อยดังนี้
: : : : ครอบครัว คือ กลุ่มบุคคลที่ผูกพันและใช้ชีวิตร่วมกัน ทำหน้าที่เป็นสถาบันหลักเป็นฐานรากสำคัญยิ่งต่อการดำรงชีวิต ครอบครัวมีหลากหลายรูปแบบและหลายลักษณะนอกเหนือจากครอบครัวที่ครบถ้วนทั้ง บิดา มารดา และบุตร
: : : : เด็ก คือ บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส (ความหมายตาม
มาตรา 4 วรรคหนึ่งพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546)
: : : : เยาวชน คือ บุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปี ถึง 25 ปี มีประมาณ 16 ล้านคน เป็นวัยที่มีพลังต้องการการยอมรับจากสังคม
พัฒนาทักษะชีวิตและพัฒนาด้านต่างๆ อย่างรอบด้าน และการมีส่วนร่วมในกิจกรรม ครอบครัว ชุมชน และสังคม
: : : : สตรี คือ บุคคลเพศหญิง มีประมาณครึ่งหนึ่งของประชากรทั่วประเทศหรือ ประมาณ 32 ล้านคน มีความต้องการ
การพัฒนาศักยภาพในด้านต่างๆ ทั้งร่างกาย จิตใจ การประกอบอาชีพ การปรับตัว ความเสมอภาค และการได้รับการคุ้มครอง
ทางกฎหมายอย่างเท่าเทียมการมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจทุกระดับ
: : : : ผู้ด้อยโอกาส คือ ผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อน และได้รับผลกระทบในด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สาธารณสุข
การเมือง กฎหมาย วัฒนธรรม ภัยธรรมชาติและภัยสงคราม รวมถึงผู้ที่ขาดโอกาสที่จะเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานของรัฐ ตลอดจนผู้ประสบปัญหาที่ยังไม่มีองค์กรหลักรับผิดชอบอันจะส่งผลให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้เท่าเทียมกับผู้อื่น กลุ่มเป้าหมายผู้ด้อยโอกาสในความรับผิดชอบของสำนักงานส่งเสริมและพิทักษ์ผู้ด้อยโอกาส คือ
1. บุคคลเร่ร่อน ไร้ที่อยู่อาศัย
2. ผู้พ้นโทษ ผู้ต้องขัง ผู้ถูกคุมประพฤติ และบุตรติดผู้ต้องขัง
3. ผู้ได้รับผลกระทบจากเอดส์ HIV
4. ชนกลุ่มน้อย ได้แก่ ชาวเขา ชาวเล ผู้อาศัยตามตะเข็บชายแดน
5. ผู้ไม่มีเอกสารแสดงสถานะทางกฎหมาย บุคคลไร้สัญชาติ
6. กลุ่มคนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบในเชิงโครงสร้างทางสังคมและเศรษฐกิจ
7. คนในชุมชนแออัด
: : : : คนพิการ คือ บุคคลซึ่งความสามารถถูกจำกัด ในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำสัน และการมีส่วรร่วมทางสังคม
ได้โดยวิธีการทั่วไป เนื่องจากมีความบกพร่องทางการมองเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว การสื่อสาร จิตใจ อารมณ์
พฤติกรรม สติปัญญา หรือการเรียนรู้และมีความต้องการจำเป็นพิเศษด้านต่างๆ เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิต
และมีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างบุคคลทั่วไป จากการสำรวจความพิการและภาวะทุพพลภาพพ.ศ. 2545
ของสำนักงานสถิติแห่งชาติมีคนพิการร้อยละ 1.7 ของประชากร (1,098,000 คน)
: : : : ผู้สูงอายุ คือบุคคลที่อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป มีประมาณ 6 ล้านคนเศษ (10% ของจำนวนประชากรทั้งหมด)
ต้องการได้รับการดูแลและยอมรับจากครอบครัว ชุมชน และสังคม การมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม
การได้รับการดูแลด้านสุขภาพอนามัย ได้รับบริการทางด้านสวัสดิการทางสังคม รวมทั้งการสร้างหลักประกัน
และส่งเสริมรายได้
: : : : บุคคลพื้นที่สูง หมายถึง ชาวเขา ชนกลุ่มน้อยต่างๆ และคนไทยพื้นที่ราบที่อาศัยอยู่บนพื้นที่สูงที่มีความลาดชัน
เฉลี่ยร้อยละ 35 หรือสูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 500 เมตรขึ้นไป ในพื้นที่ 20 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี กำแพงเพชร
เชียงราย เชียงใหม่ ตาก น่าน ประจวบคีรีขันธ์ พะเยา พิษณุโลก เพชรบุรี เพชรบูรณ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน ราชบุรี เลย ลำปาง ลำพูน
สุโขทัย สุพรรณบุรี และอุทัยธาน ี ข้อมูลจากทำเนียบชุมชนบนพื้นที่สูง 20 จังหวัด ในประเทศไทย พ.ศ. 2545
พบว่ามีประชากรบนพื้นที่สูงรวมทั้งสิ้น 1,203,149 คน แบ่งเป็นชาวเขา 923,257 คน ชนกลุ่มน้อย 67,172 คน
และคนไทยพื้นที่ราบ 212,720 คน การดำเนินงานกับบุคคลบนพื้นที่สูงจะดำเนินงานกับผู้ด้อยโอกาสควบคู่ไปกับ
การพัฒนาสังคมให้กับชุมชนบนพื้นที่สูง เพื่อให้บุคคลและชุมชนบนพื้นที่สูงมีความเข้มแข็งสามารถช่วยเหลือตนเองได้
เกิดความมั่นคงในพื้นท ี่และเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศต่อไป
: : : : สมาชิกนิคม หมายถึง ราษฎรที่ได้มีการจัดสรรที่ดิน ตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511
ซึ่งให้การสงเคราะห์ราษฎรที่เดือดร้อนและยากจน ไม่มีที่ดินอยู่อาศัย ในรูปนิคมสร้างตนเอง โดยเป็นชุมชนที่มีบริการ
สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่น ถนน สะพาน แหล่งน้ำและบริการสาธารณะอื่นๆ ส่งเสริมการประกอบอาชีพ
เพื่อให้ราษฎรดังกล่าวมีอาชีพ มีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว สามารถดำรงชีพอยู่ในที่ดินที่จัดสรรอย่างมีความสุข
และได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ได้รับการจัดสรรนั้น ปัจจุบันมีนิคมสร้างตนเองจำนวน 44 แห่ง
: : : : คนไร้ที่พึ่ง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้การอุปการะคนไร้ที่พึ่งที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
ใน 3 ประเภท คือ
1. คนขอทานที่ตำรวจนำส่งตามพระราชบัญญัติความคุมการขอทาน พ.ศ. 2484
2. คนเร่ร่อน จรจัด ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่งแน่นอน ไม่สามารถเลี้ยงตนเองได้
3. คนที่สมัครขอเข้ารับการสงเคราะห์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเจ็บป่วยทางกาย หรือทางจิตใจไม่สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้ หรือเป็นผู้ป่วยไร้ญาติที่โรงพยาบาลส่งมารวมทั้งคนไร้ที่พึ่งที่หน่วยงานต่างๆ ส่งมารับการสงเคราะห์
ผู้ติดเชื้อเอดส์/ผู้ป่วยเอดส์และครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้การดูแลและ
จัดสวัสดิการสำหรับผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยเอดส์และครอบครัวกระทรวงฯ ได้จัดบริการให้แก่กลุ่มเป้าหมายดังกล่าว
ตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมายดังนี้

9.2 มิติด้านบริการตาม ภารกิจ
: : : : : : (1ศูนย์ช่วยเหลือเร่งด่วน 24 ชั่วโมง เป็นบริการภาครัฐแก่ประชาชนทุกคน เพื่อให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ หมายเลข 1507
และให้ความช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วนแก่ ผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อนทางสังคมกรณีต่างๆ โดยประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งเครือข่ายร่วมกันดำเนินการแก้ไขปัญหาในขณะเดียวกันจะได้นำข้อมูลปัญหาทางสังคมกรณีต่างๆ นำมาวิเคราะห์ส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
: : : : ; ; (2) ศูนย์บริการช่วยเหลือเด็กและสตรีในภาวะวิกฤตจากความรุนแรง (One Stop Crisis Center หรือ OSCC)
เป็นศูนย์ที่จัดตั้งขึ้นในโรงพยาบาล ทำหน้าที่รับเด็กและสตรีที่ถูกกระทำรุนแรงซึ่งส่วนหนึ่งเป็นคนไข้ที่เข้ามารับการรักษาพยาบาล
และส่วนหนึ่งเป็นผู้ถูกกระทำรุนแรงที่ได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่น เช่น สถานีตำรวจ โรงเรียน แล้วส่งต่อมาที่โรงพยาบาล แพทย์และพยาบาลผู้ทำหน้าที่ตรวจผู้ป่วยจะทำหน้าที่คัดกรอง เมื่อทราบหรือสงสัยว่าเป็นผู้ถูกกระทำรุนแรง จะส่งตัวให้แก่ศูนย์ฯ
รับผิดชอบ ทางศูนย์ฯจะตรวจสภาพร่างกายและจิตใจเก็บข้อมูลทำการรักษาพยาบาลแล้วพิจารณาว่าจะให้ความคุ้มครอง
ช่วยเหลือในด้านใดบ้าง ซึ่งจะต้องมีทีมสหวิชาชีพเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ เช่น การช่วยเหลือด้านการดำเนินคด ี
การจัดหาที่พักชั่วคราว การช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจ เป็นต้นถือได้ว่าเป็นการให้ความช่วยเหลือเด็ก
และสตรีที่ถูกกระทำรุนแรงอย่างครบวงจรทั้งในด้านให้การรักษาพยาบาล การช่วยเหลือทางด้านจิตใจ ช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจ
การประสานต่อหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน และช่วยเหลือทางด้านสังคม
ซึ่งปัจจุบันมีการจัดตั้งศูนย์ในโรงพยาบาลต่างๆ กระจายไปในแต่ละเขตทั่วประเทศ รวม 26 แห่ง
: : : : : ; (3) จัดสวัสดิการครอบครัวและชุมชน
1) สงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคม/ผู้มีรายได้น้อย โดยให้การสงเคราะห์ครอบครัว ครอบครัวละไม่เกิน 2,000 บาท
ติดต่อกันไม่เกิน 3 ครั้งเพื่อเป็นทุนประกอบอาชีพ หรือค่าใช้จ่ายในการครองชีพ
2) จัดบริการที่พักชั่วคราว สำหรับประชาชนที่ประสบปัญหาด้านที่อยู่อาศัย ปัจจุบันมี 4 แห่ง คือ ที่จังหวัดนนทบุรี 2 แห่ง
จังหวัดปทุมธานี และที่กรุงเทพฯ
3) ที่พักคนเดินทาง เขตห้วยขวาง กทม. โดยคิดอัตราค่าบริการ คนละ 30 บาท ต่อวัน กรณีเดินทางมาจากส่วนภูมิภาค
และตกทุกข์ได้ยาก
: : ; ; : : (4) การจัดสวัสดิการเด็กและเยาวชน โดย
1) สงเคราะห์เด็กในสถานสงเคราะห์ ประกอบด้วย สถานสงเคราะห์เด็กอ่อน จำนวน 5 แห่ง สถานแรกรับ จำนวน 2 แห่ง
สถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก 2 แห่ง และสถานสงเคราะห์เด็ก จำนวน 12 แห่ง ศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพเด็ก 1 แห่ง
สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนและเด็กโต 3 แห่ง
2) สงเคราะห์เด็กในครอบครัวและชุมชนโดยให้การช่วยเหลือแก่ครอบครัวที่มีเด็กอยู่ในอุปการะประสบความเดือดร้อน
และการจัดหาครอบครัวใหม่ที่เหมาะสมแก่เด็กกำพร้า
3) คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก โดยให้การช่วยเหลือเด็กและครอบครัวที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม
การจัดบริการบ้านพักเด็กและครอบครัว (บ้านพักเด็กฉุกเฉิน) เพื่อช่วยเหลือครอบครัวที่ประสบปัญหาเฉพาะหน้า จำนวน 9 แห่ง
4) การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ดำเนินการตามพระราชบัญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. 2522
และพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2533
: : : : : : (5) การจัดสวัสดิการผู้สูงอายุ
1) ในสถานสงเคราะห์คนชรา 13 แห่ง
2) การดูแลผู้สูงอายุในชุมชน โดยอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน
: : : : ; : (6) การจัดสวัสดิการคนไร้ที่พึ่ง
โดยบริการใน 3 ลักษณะ ดังนี้
1) สถานแรกรับ จำนวน 2 แห่ง
2) สถานสงเคราะห์ จำนวน 9 แห่ง
3) ออกหน่วยสำรวจและช่วยเหลือคนเร่ร่อน ขอทาน ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
: : : : : : (7) การจัดสวัสดิการและฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ
ดังนี้
1) สถานสงเคราะห์คนพิการ จำนวน 9 แห่ง ตามกลุ่มอายุ
เป็นสถานสงเคราะห์เด็กพิการ จำนวน 4 แห่ง
เป็นสถานสงเคราะห์คนพิการ จำนวน 5 แห่ง
2) ศูนย์ฟื้นฟูอาชีพคนพิการ ในวิชาชีพสาขาต่างๆ 11 สาขา จำนวน 8 แห่ง ให้บริการฝึกอาชีพสำหรับคนพิการ
ที่ได้รับการจดทะเบียนคนพิการตาม พ.ร.บ. พ.ศ. 2534 แล้ว ตามหลักสูตร 3,6,9 และ 12 เดือน
3) ศูนย์พัฒนาอาชีพคนพิการ เป็นศูนย์เพิ่มพูนความรู้ประสบการณ์ ฝึกทักษะทางอาชีพและฝึกการใช้ชีวิตในสถาน
ประกอบการ มีจำนวน 1 แห่ง คือ ศูนย์พัฒนาอาชีพคนพิการ หรือโรงงานคนพิการจังหวัดนนทบุรี
4) จัดสวัสดิการแก่คนพิการ ตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ. 2534 โดยให้บริการช่วยเหลือ
เป็นเงินสงเคราะห์และฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ รวมทั้งกายอุปกรณ์ (รถโยก รถเข็น ฯลฯ)
: : : : : : (8) การจัดสวัสดิการสตรี
โดย
1) คุ้มครองและพัฒนาอาชีพในสถานแรกรับ สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ 4 แห่ง สำหรับสตรีและเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี
ที่พ้นโทษจากการกระทำผิดตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539
2) คุ้มครองเยาวสตรีและสตรีผู้ด้อยโอกาสทางสังคมในชนบท อายุ 14-35 ปี ที่มีฐานะยากจนว่างงานไม่สามารถศึกษาต่อ เมื่อจบการศึกษาภาคบังคับจะได้รับการพัฒนาและฝึกอบรมในศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพสตรี จำนวน 7 แห่ง ในทุกภูมิภาค
3) ให้การพิทักษ์และส่งเสริมสวัสดิภาพสตรี โดยให้คำปรึกษา แนะนำอาชีพและดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามกฎหมาย
ที่เกี่ยวข้อง การจัดเวทีเพื่อขจัดความรุนแรงต่อเด็กและสตรี
: : : : : : (9) การพัฒนาและจัดสวัสดิการชาวเขา
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้การพัฒนาและจัดสวัสดิการชาวเขาโดยจัดตั้งศูนย์พัฒนา
และสงเคราะห์ชาวเขา 14 แห่ง เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการลงสัญชาติไทย ตามระเบียบของสำนักทะเบียนกลาง พ.ศ. 2535
การพัฒนาอาชีพและพัฒนาสังคม เพื่อให้ชาวเขาเป็นพลเมืองไทยที่มีคุณภาพสามารถพึ่งพาตนเองได้ไม่เป็นภาระต่อสังคม
: : : : : : (10) การพัฒนาสมาชิกนิคมสร้างตนเอง
การพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการให้แก่ราษฎรที่เดือดร้อน ยากจน ไม่มีที่ดินอยู่อาศัย สามารถดำรงชีพอยู่ในที่ดินที่ได้ทีการ
จัดสรรอย่างมีความสุข และได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ได้รับการจัดสรร โดยราษฎรที่ได้รับการจัดสรรที่ดิน เรียกว่า "สมาชิกนิคม"
ตาม พ.ร.บ. จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 ในรูป "นิคมสร้างตนเอง" ปัจจุบันมีนิคมสร้างตนเอง จำนวน 44 แห่ง
: : : : : : (11) การจัดสวัสดิการสำหรับผู้ติดเชื้อเอดส์ ผู้ป่วยเอดส์และครอบครัว
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดสวัสดิการสำหรับผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยเอดส์และครอบครัว
ใน 4 สถานการณ์ ดังนี้
1) ให้การสงเคราะห์เด็กติดเชื้อ หรือกำพร้า ถูกทอดทิ้ง ในสถานสงเคราะห์ 4 แห่ง
2) ให้การสงเคราะห์เด็กในครอบครัวที่บิดามารดาติดเชื้อ หรือป่วยด้วยโรคเอดส์ ตามระเบียบ
3) ให้การสงเคราะห์ผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ โดยให้การสงเคราะห์เป็นเงินรายละ 2,000 บาท
4) ให้การสงเคราะห์เป็นเงินทุนประกอบอาชีพ
: : : : : : (12) การส่งเสริมและพัฒนาสังคมภาคเอกชน
1) การส่งเสริมและพัฒนาองค์การภาคเอกชน โดยให้การอุดหนุนและส่งเสริมการจัดตั้งองค์กรภาคเอกชน
2) การส่งเสริมและให้การสนับสนุนสถานรับเลี้ยงเด็กและสถานสงเคราะห์เด็กเอกชน
3) การควบคุมและส่งเสริมหอพัก ตาม พ.ร.บ. หอพัก พ.ศ. 2507 เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพและความเป็นอยู่ของนักเรียน
นักศึกษา ที่พักอยู่ในหอพักของเอกชน
4) การควบคุมและส่งเสริมงานฌาปณกิจสงเคราะห์ โดยการให้ความรู้ การควบคุม การตรวจสอบการปฏิบัติงานตาม พ.ร.บ.
การฌาปณกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545
5) การช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ประสบปัญหาด้านที่อยู่อาศัยให้มีบ้านเป็นของตนเองตามโครงการเอื้ออาทร
6) การช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย ขาดแคลนเงิน โดยนำทรัพยย์สินมาจำนำและเสียดอกเบี้ยในอัตราต่ำกว่ากฎหมายกำหนด
โดยการจัดตั้งสถานธนานุเคราะห์ จำนวน 29 แห่ง

  ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์โดย : กลุ่มนโยบายและวิชาการ
สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาญจนบุรี  ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี อ.เมือง จ.กาญจนบุรี 71000
โทรศัพท์  034 - 51245 5         โทรสาร. 034 - 511775
http://www.kanchanaburi.m-society.go.th    E - mail : kanchanaburi@m-society.go.th